สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง

posted on 17 Jan 2008 16:36 by mike-mo-shi

สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง



สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง

 

 

                เมื่อปี ค.ศ.1764 ที่เมืองเชโวดอง รัฐ Auvergne ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เวลานั้นเป็นช่วงที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ครองบัลลังก์อยู่พอดิบ พอดี

 

จู่ๆ ในเวลานั้นได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่โลก(ไม่)ตะลึงเกิดขึ้น มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่  ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย ไม่มีใครรู้เลยว่าเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้มาจากที่ไหนเพราะจู่ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนออกจากนรกงั้นแหละ มันทำร้ายมนุษย์และจับสัตว์เลี้ยงไปกินมากมาย ทั้งยังฆ่าผู้คนในเมืองนั้นไปมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ

 

จากสถิติตามคำบอกเล่าเค้าว่าเจ้าอสูรร้ายตัวนี้ได้ปลิดชีพมนุษย์ไปมากกว่า 100 คน และบาดเจ็บอีกว่า 30 คน นับว่ามันน่ากลัวพอสมควรเลย

 

ส่วนจำนวนของสัตว์ร้าย ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า

 

มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคมและหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไปคือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด เคยมีรายงานการพบเห็นที่ว่ามันเดิน 2 ขาและยกแกะไว้ได้ด้วยมือข้างนึง แสดงว่า พละกำลังของมันมีมากกว่าคน (อันหลังน่าจะโม้มากกว่า)

 

ส่วนมากรายงานการทำสัตว์ร้ายตัวนี้ทำร้ายผู้คนจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าหรือไม่ก็ทางเดินผ่านระหว่างป่าที่ผู้คนจำเป็นต้องใช้สัญจรไปมา(สมัยก่อนฝรั่งเศสยังเป็นป่าเขานี้)  จนผู้คนหวาดกลัวไม่กล้าใช้ทางเดินที่ต้องผ่านป่าหรือแม้แต่เฉียดกรายเข้าไปใกล้

 

แน่นอนว่าจะต้องมีการล่าตัว สัตว์ร้าย นี้เกิดขึ้น โดยพรานจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันมายังที่เมืองเชโวดอง เพื่อตามล่ามัน แต่ก็กลับบ้านด้วยมือเปล่าด้วยความผิดหวัง

 

อองตวน เดอ โบแตร์น (Antoine de Beauterne)เจ้ากรมพรานหลวงและคณะจึงขออาสาล่ามัน แต่ โห! กว่าจะได้ล่ามัน ต้องเดินทางไกลนับสิบกิโล ฝ่าภูมิประเทศที่แสนเลวร้าย อีกทั้งไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านกับเจ้าเมืองอีก จนกระทั้งเขาก็สามารถยิงสัตว์ที่คาดว่าเป็น สัตว์ร้าย ได้สำเร็จ ตัวมันทั้งใหญ่และยาวกว่า 1.80 เมตร และเอาซากศพนั้นไปถวายให้พระเจ้าหลุยส์ทอดพระเนตร

 

แต่แล้ว ธันวาคม 1765 ชาวบ้านที่นั้นก็ถูก สัตว์ร้าย กลับมาทำร้ายอีก คาดว่าตัวที่อองตวนฆ่าก่อนน่านั้นอาจไม่ใช้ สัตว์ร้าย ตัวจริง

 

ปี 1767 ชาวบ้านไม่ไว้ใจพวกราชสำนักอีกแล้ว จึงรวมตัวกันออกล่าเจ้า สัตว์ร้าย ตัวนั้น แต่กว่าจะล่ามันได้ ก็รอเป็นเดือนๆ จนกระทั้งวันที่ 19 มิถุนายน สัตว์ร้าย ได้โผล่มาใกล้ๆ ลา ซอญ โดแวร์ ใกล้ป่าเตนาเซอเยร นายพรานคนหนึ่งชื่อ ชอง ชาลเตล ที่กำลังอ่านหนังสือพระอยู่ เมื่อเห็นจึงจัดการเป่ามันด้วยปืนคาบสิลา ก่อนที่นำซาก สัตว์ร้าย ตัวนั้นไปยังปราสาทเจ้าเมือง ทำการสตั๊ฟและไปถวายพระเจ้าหลุยส์อีกเป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้ซากของมันเกิดการเน่าเพราะสตั๊ฟไว้ไม่ดี รูปร่างก็เปลี่ยนไปมาก พระเจ้าหลุยส์จึงไปฝังเสีย

 

เป็นอันไม่รู้เลยว่า มันใช่ สัตว์ร้ายแห่งเชโวดองจริงหรือไม่? อีกทั้งยังมีผู้คนที่สงสัยอีกว่าตัวที่นาย ชอง ชาลเตล ได้ฆ่าไปแล้วนั้นมันใช่เจ้าเชโวดองหรือเปล่า? เพราะจากรูปร่างลักษณะแล้วไม่ตรงกันกับผู้ที่เคยเห็นสัตว์ร้ายนี่มาก่อน พูดง่ายๆ ก็คือ มันต่างกันนั่นเอง

 

ไม่รู้ว่ามันคือ สัตว์ร้าย ตัวจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าสัตว์ร้าย ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกแล้ว ตลอดกาล..........

 

แต่.......................

 

เรื่องนี้ยังไม่จบ แม้เหตุร้ายจะผ่านไปนานนับศตวรรษแล้ว แต่พวกนักคติชาวบ้านศึกษา และนักสัตว์ลึกลับวิทยา ก็ยังศึกษาว่าแท้จริงแล้ว สัตว์ร้าย ตัวนี้มันเป็นตัวอะไรกันแน่ และแล้วข้อสันนิษฐานก็เกิดขึ้นแบบเถียงกันไม่รู้จบ

 

ตัวอย่าง

 

ปี 1765 นายเชร์แว ฟรัวซัวมาเญ นักล่าสัตว์แต่ใฝ่ศึกษา ได้รวบรวมข้อมูลและบันทึกไว้ สรุปเองว่า มันน่าจะเป็นไฮยีน่าที่หลุดออกจากสวนสัตว์ของกัตริย์แห่งวาร์ดิเนีย(ภายหลังพบว่าไม่มีสวนสัตว์ที่ว่านั้นที่เชโวดอง)

 

ปี 1936 อ าเบล เชวายี นักแต่งนิยายที่เคยเอาเรื่องสัตว์ร้ายเชโวดองไปแต่งนิยายโดยให้ซอง ชาลเตล เป็นพระเอก ให้ความเห็นว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ

 

                เชล เมอร์เก นักคติชาวบ้านวิทยา บอกว่า มันแค่หมาป่าธรรมดา แต่นิสัยแค่เหมือนไฮยีน่าแค่นี้แหละ)

 

                ปี 1819 ฟรานซ์ ชูเลียง นักสตั๊ฟสัตว์ของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติออกมาอ้างว่าเขาพบซาก สัตว์ร้ายตัวนั้น และทำการตรวจสอบพบว่ามันคือ ไฮยีนาลาย (แต่ไม่มีรูปมายืนยัน)

 

นอกจากนิยาย สัตว์ร้ายแห่งชโวดอง นี้ได้กลายเป็นบทละครด้วย ในปี 1809 เนื้อเรื่องมีอยูว่าเสนาบดีกังฉินแห่งเชแวนสมคบคิดนายพลช่วยอยากหักหลังเจ้านายตน จึงปล่อยสัตว์ร้ายจากแดนไกลที่เชโวดอง เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจผิด และรุกขึ้นต่อต้านเจ้านายของนายพล   

 

นอกจากนี้สัตว์ร้ายแห่งเชโวดองจะเป็นอนุสารณ์อีกน่ะครับ (ที่ไหนก็ไม่สิ)

 

ฯลฯ

 

แต่ก็นะครับ หลังจากนั้นเป็นต้นมาข่าวคราวและข่าวลือของเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ก็ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา ทิ้งไว้แต่เรื่องเล่า ที่เป็นตำนานหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ เชโวดอง ณ ประเทศฝรั่งเศสและเล่าขานต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้……

อาวุธแสบของอเมริกา

posted on 17 Jan 2008 16:33 by mike-mo-shi

10 อาวุธแสบของอเมริกา

 

                คุณเลยคิดบุกอเมริกาหรือเปล่า? รู้ไหมอเมริกานั้นเป็นเจ้าแห่งอาวุธสุดทันสมัย อาวุธทุกอย่างสามารถใช้ได้จริงไม่ได้โม้ ซึ่งอาวุธเหล่านี้เป็นอาวุธสุดแสบที่ทำให้ศัตรูรู้สึกแสบๆ คันๆ แบบเกาแล้วเกาอีก จนไม่รู้จะแก้มาแล้ว ในศึกทาลีบันกับอีรัก

 

                วันนี้ผมมี 10 อาวุธสุดแสบของอเมริกันมาให้ท่านได้อ่านกันครับ

   

LRAD Weapon long range acoustic device

                

คลื่นเสียงมหาบรรลัยหู เป็นเครื่องส่งคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความดังไปยังที่ที่ศัตรูที่ประจำอยู่ในระยะไกล อำนาจขนาดทำให้แก้วหูศัตรูแตก เป็นหูหนวกไปในทันที ล่าสุดสามารถพัฒนาให้สามารถกระแทกหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

  

Corner Shot 40

               

ปืนแบบกระสุนความเร็วสูง สามารถเอ็กซ์เรย์ได้ สามารถใช้เฝ้าตรวจสอบที่มืดๆ หาจุดที่จะขว้างระเบิดน้อยหน่าได้ นอกจากนี้ยังมีถังทรงกระบอกสามารถหมุนตัวถึง 63 องศา เหมาะสำหรับคนคำนวณเก่ง

 

Barrett M107 Rifle


                ปืนยาวดักยิงแบบเคลื่อนที่ ออกแบบคลาสสิก ดีกว่าปืนยาว
M107 ในอดีต เหมาะสำหรับพายุทราย มีระยะหวังผล 1500 เมตร มีพลังทำลายล้างสูง

 

Metal Storm

 

ปืนอัตโนมัติที่มีพลังทำลายมากที่สุดของโลกก็ว่าได้ รูปร่างคล้ายกองซ้อนกันเป็นรูปทรงกระบอก นอกจากกระสุนที่ยิงมาแบบห่าฝนยังมีส่วนผสมของผงเหล็กเพื่อเพิ่มการทำลายล้างไว้ด้วย

 

|

Thermobaric Bomb


                ระเบิดที่เหนือกว่าระเบิดนาปาล์ม เพราะมันคือระเบิดที่บรรจุเชื้อเพลิงที่สามารถระเบิดลุกเป็นกลุ่มไฟสุดร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็นถ้ำในหลืบถ้ำ หรือแม้แต่ซอกซอยที่ซุ่มของสัตรู โดยมันทำงานอย่างเป็นระบบคือระบบแรกเป็นระเบิดทำลายที่กำบังและระบบที่สองคือเพลิงเผาซ้ำมีความร้อนสูงถึง
3000 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถหลอมละลายสรรพสิ่งให้เป็นจุณไปในพริบตา อย่าว่าคนเลย ปืนที่ใช้ก็โดนหลอมเป็นก้อนทันที

 

EMP Bomb (Episode: Future Shock)


                 ผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย
ระเบิดแม่เหล็ก วิถีมันสามารถไปทั่วทิศทาง โดยวงจรอิเล็กโทนิกของมันสามารถตรวจจับวัตถุที่อยู่ใกล้ๆ ได้ เช่น เรือ และเมื่อมันพบเป้าหมาย ด้วยอำนาจของแม่เหล็กสามารถเกาะและทำลายเป้าหมายในทันที

 

Airborne Laser


                เลเซอร์ติดเครื่องบิน โดยเลเซอร์นี้ประกอบด้วยโลหะไอโอดีนธาตุออกซิเจนสารเคมีที่ทรงพลังในการเอ็กซ์เรย์ (ประมาณว่าคล้ายประภาคาร) เหมาะสำหรับตรวจแหล่งสะสมอาวุธของศัตรู และถ้ามีการพัฒนาปรับปรุงจะสามารถให้สามารถจุดไฟระบิดเป้าหมายนั้นได้อีกด้วย

 

Excalibur


                ขีปอาวุธปืนใหญ่ล่าสุด เหมาะสำหรับยิงระยะไกลอย่างยิ่ง มีความแม่นยำ นอกจากนี้ภายในยังมีระเบิดลูกเล็กๆ อีก เมื่อถึงเป้าหมายมันจะปล่อยลูกเล็กๆ ออก เพื่อให้มันทำลายเป้าหมายเป็นวงกว้าง

  

Sensor Fuzed Weapon (Episode: The Power of Fear)


                ฉายามันคือ
ระเบิดตาพิทย์บรรจุระเบิดขนาดย่อมที่มีอานุภาพสูงสามารถทำลายเกราะที่หุ้มรถถังทุกชนิดได้ภายใน 10 ลูก แถมแต่ละลูกมีร่มชูชีพติดอยู่พร้อมตาอินฟาเรดที่มีความไวสูงต่อเป้าหมายที่จะหล่อนระเบิดลงไปบนรถถังหุ้มเกราะของศัตรูและทำลายเกราะที่หุ้มและทหารที่อยู่ภายในเละในพริบตา

 

MOAB Bomb (Episode: The Power of Fear)


                ฉายาของมันคือ
มารดาระเบิด โดยระเบิดนี้ใช้ระบบดาวเทียมในการติดตามถล่มเป้าหมาย ซึ่งเหนือกว่ารุ่นแรกคือเมื่อถึงเป้าหมาย มันจะระเบิดทันที แรงระเบิดของดินระเบิดขนาด 9,000 กก. จะล้างสรรพสิ่งให้วอดวายในพริบตา

edit @ 17 Jan 2008 16:34:48 by [Mo-Shi]